วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

หนุ่มใหญ่ชาววังสะพุงชีวิตลำเค็ญ ตกงานอยู่หลวงพระบาง เงินเกลี้ยง วีซ่าหมดอายุ ติดคุก ออกมาเร่ร่อนหลบตร.ไปทั่ว วอนรัฐไทยช่วยพากลับบ้าน



เลยไทม์ออนไลน์ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากนายนเรศ  รุ่งรัตน์ธนากุล  อายุ 48 ปี  เป็นชาวอำเภอวังสะพุง จ.เลย  หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ตกงานโรงแรมปิด กลายเป็นคนเร่ร่อนอยู่ในนครหลวงพระบาง สปป.ลาว

นายนเรศ เปิดเผยว่า  เดิมนั้นตนทำงานเป็นพนักงานแผนกอาหารและเครื่องดื่มอยู่ตามโรงแรมในประเทศไทย เช่น จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา  พอดีรู้จักกับเพื่อนคนลาว ชักชวนมาทำงานที่โรงแรมในหลวงพระบาง 2-3 แห่ง รู้สึกชอบที่นี่ จึงอยู่ทำงานยาว แต่ก็เดินทางไป-มา ระหว่าง จ.เลย กับหลวงพระบาง  จนกระทั่งปี 2561 โรงแรมเลิกจ้างพนักงาน ทำให้ตนตกงานทันที  ขณะนั้นผู้จัดการในโรงแรม ให้ตนพาไปหาหมอที่จังหวัดเลย หลังจากกลับมาถึงหลวงพระบางแล้ว  เขาให้เงินมา 1,000 บาท ไปเช่าเกสต์เฮ้าส์อยู่หลายวัน คิดว่าผู้จัดการคนนี้จะจ่ายดูแลเรื่องที่พักให้  แต่เขาก็ไม่มี กลับหนีหายหน้าไป  ทำให้ตนต้องเป็นหนี้ค่าที่พักรวม 9.9 ล้านกีบ หรือ 35,000 บาท  จนเจ้าของเกสต์เฮาส์เขาพาตำรวจมาจับ  ติดคุกอยู่ 28 วัน ตั้งแต่ 16 กรกฎาคม - 12 สิงหาคม  2562  ทางการก็ปล่อยออกมา ให้ไปหาเงินมาจ่ายเขา


ระหว่างที่ติดคุก ลำบากมาก  ไม่มีข้าวเลี้ยงเหมือนคุกประเทศไทย  ใครไม่มีญาติมาส่งข้าว ส่งน้ำก็ไม่ได้กิน  ตนต้องอาศัยขอกินจากเพื่อนผู้ต้องขังคนลาว  ดื่มน้ำจากก๊อกในส้วม นอนในห้องไม้เล็กๆสภาพผุพัง  40-50 คน เบียดเสียด เท้าก่ายหน้าผากกัน มีเห็บ เหา และสารพัดแมลง  ตนขอติดต่อสถานทูตให้โทรหาที่บ้าน เขาก็เงียบ บอกว่าให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมายเลย  ติดต่อกลุ่มคนไทยในหลวงพระบาง เขาก็มาเยี่ยม ให้เงินไว้แสนกีบ (ประมาณ 400 บาท) พาสปอร์ตก็ได้คืนมา  แต่วีซ่าหมดอายุ 


หลังจากนั้นก็ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดเลยได้  ออกมานอนเกสต์เฮ้าส์เหมือนเดิม ช่วงแรกก็มีเงินจ่าย โดยอาศัยขอยืมจากเพื่อนๆ อยู่ๆไปก็ติดค่าเช่าเขาอีก 2 ล้านกีบ เขายึดพาสปอร์ตไว้ คุยกันแล้วเขาไม่ยอม พาตำรวจมาอีก แต่ยังไม่โดนจับ เพราะตนหลบหนีออกมาก่อน   ช่วงนั้นหลบซ่อนตามที่ต่างๆ วัดบ้าง สถานีขนส่ง หรือท่ารถโดยสารบ้าง ไปแบบหลบๆซ่อนๆ ขอเงินพระบ้าง เสื้อผ้าก็มีอยู่ชุดเดียว กลางวันก็ไม่กล้าออกมาเดิน เพรากลัวเขาเห็น อยู่อย่างผิดกฎหมาย เหมือนคนร่อนเร่พเนจร งานก็ไม่มีทำ ร้านอาหารหรือโรงแรมในหลวงพระบางปิดกิจการหนีโควิดกันหมด หลวงพระบางก็ปิดเมืองแล้ว

“ตอนนี้อยู่อย่างลำบากครับ ไม่มีอะไรจะกิน เงินก็ไม่มี ผมได้ประสานไปทางสถานทูตไทย ที่เวียงจันทน์กับกรมกงสุลนานแล้วแต่เรื่องยังเงียบอยู่ จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชน ผมอยากกลับบ้านอย่างมาก”  นายนเรศกล่าว.

ติดต่อนายนเรศได้ที่หมายเลขโทรศัพท์(ลาว) +856-20-23452725   Line ID : e21lna

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น