วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด 200 คน ฮือบุกโรงพักวังสะพุง แจ้งความกำแพงทางเข้าเหมืองทองถูกทุบรอบ 2


เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2556  กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด  6 หมู่บ้านจากตำบลเขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย   จำนวนประมาณ 200 คน  เดินทางมาชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรวังสะพุง และส่งตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ อบต.เขาหลวง   ที่นำรถแทรกเตอร์เข้าทำลายแนวท่อปูนซีเมนต์กั้นทางเข้าเหมืองทองของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันก่อสร้างขึ้นตามระเบียบชุมชนว่าด้วยการห้ามรถบรรทุกสารเคมีอันตรายใช้เส้นทางร่วมกับชุมชน

นายสุรพันธุ์  รุจิไชยวัฒน์  แกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด  กล่าวว่า   เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2556  เวลาประมาณ 08.30 น.  นางสุพรรณวดี  คำสุข  นายก อบต.เขาหลวง  นำเจ้าหน้าที่และรถแทรกเตอร์ เข้ามาทุบทำลายแนวกั้นแท่งปูนซีเมนต์  โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ อส.ทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมกว่า 30 นาย  คอยคุ้มกัน  ขณะที่กลุ่มชาวบ้าน คนรักษ์บ้านเกิดพอทราบเรื่อง ก็ได้เข้ามาสังเกตุการณ์ แต่ไม่สามารถขัดขวาง  ได้แต่นั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ กับการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เหยียบย่ำจิตใจของชาวบ้าน  นอกจากนี้ชาวบ้านบางคนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแนวกั้นไม่ให้เข้าใกล้จุดเกิดเหตุ  ถึงขั้นถอดกุญแจรถมอเตอร์ไซค์  สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก  จึงต้องเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับ อบต.เขาหลวง ฐานทำลายทรัพย์สินของชุมชน เพราะแนวแท่งปูนกั้นนั้นอยู่ในเขตถนนของชุมชน  ที่มีระเบียบของชุมชนที่ร่วมกันทำขึ้นรองรับ  และแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ละเมิดสิทธิของประชาชนจากการที่ถอดกุญแจรถของชาวบ้าน 




แนวกั้นถนนถูกก่อสร้างขึ้นใหม่ 

นางสุพรรณวดี  คำสุข
ด้านนางสุพรรณวดี  คำสุข  นายก อบต.เขาหลวง  ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า  การเข้ารื้อแนวกั้นครั้งนี้ได้ดำเนินการกฎหมาย  หลังจากที่บริษัททุ่งคำจำกัด ได้ทำหนังสือขอให้ อบต.เขาหลวงรื้อถอนแนวกั้นออก เพราะเห็นว่าเป็นทางสาธารณะ เป็นถนนของ อบต.ดูแลรับผิดชอบ  หากไม่ดำเนินการรื้อถอน ทางบริษัทจะเรียกค่าเสียหายกับทาง อบต. ซึ่งตนก็ได้หารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามารังวัดที่ดิน จนพิสูจน์แน่ชัดแล้วว่าแนวกั้นดังกล่าวอยู่ในเขตทางสาธารณะของ อบต.  ขณะเดียวกันทางอำเภอก็ได้มีหนังสือสั่งการให้ อบต.เข้าดำเนินการรื้อถอนด้วย หลังจากนั้น อบต.เขาหลวงได้ออกประกาศให้ผู้ที่ก่อสร้างแนวกั้นรื้อออกภายใน 24 ชั่วโมง  แต่ก็ไม่มีผู้ใดมารื้อถอน  ตนจึงไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย  และได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.จากอำเภอวังสะพุงเข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ อบต.ที่เข้ารื้อถอน เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะกัน





“เรายืดหยุ่นกับชาวบ้านมาโดยตลอด  แต่ทางอำเภอก็บีบเรามา เราเป็นหน่วยงานเล็กๆ อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของอำเภอ ถ้าเราไม่ดำเนินการใดๆ ก็จะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่บอกว่า แนวกั้นก่อสร้างโดยมีระเบียบชุมชนมารองรับ คงจะอ้างไม่ได้ เพราะไม่ใช่กฎหมาย”   นายก อบต.เขาหลวงกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สมชาย  ศรีคำแดง  ผู้กำกับการ สภ.วังสะพุง  ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว เพียงแค่กล่าวสั้นๆว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยในเหตุการณ์เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ ก่อนที่ชาวบ้านจะเดินทางออกมาแจ้งความที่ สภ.วังสะพุง  พวกเขาได้ร่วมกันก่อสร้างแนวกั้นปิดทางเข้าเหมืองทองอีกครั้ง โดยมีลักษณะทำเป็นโครงหลังคาเหล็กคร่อมถนน มีสภาพฐานเสามั่นคงแข็งแรงกว่าเดิม  ซึ่งการก่อสร้างแนวกั้นครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว หลังจากครั้งแรกก่อสร้างเป็นแนวกำแพงอิฐบล็อก เมื่อวันที่  7 กันยายน 2556  แต่ถูกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ทราบฝ่ายเข้าบุกทุบทำลาย.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น