วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

รถโดยสารเลย-ไชยะบุรี-หลวงพระบาง ล้อหมุนปลายปีนี้ เที่ยวละ700บ.


รองผู้ว่าฯเลยนั่งหัวโต๊ะถกเตรียมเปิดด่านท่าลี่โฉมใหม่สุดอลังการรองรับอาเซียน จ่อขยายสะพานน้ำเหืองเพิ่มอีกสองเลน ชูเส้นทางสู่หลวงพระบางใกล้สุด สะดวกกว่า  มั่นใจดันเศรษฐกิจเลยรุ่งโรจน์  ด้านบขส.พร้อมเปิดเดินรถโดยสารสายเลย-หลวงพระบาง คาดเริ่มเที่ยวแรกปลายธันวาคมนี้ ค่าตั๋ว 700 บาท



เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2556  ที่ห้องประชุมด่านศุลากรท่าลี่ บ้านนากระเซ็ง ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จ.เลย  นายภานุ  แย้มศรี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับติดตามโครงการพัฒนาเพิ่มศักยกภาพการค้าและการท่องเที่ยว โดยมีผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนองค์ผู้ประกอบการธุรกิจภาคเอกชน  ซึ่งมีวาระการประชุมที่สำคัญ ได้แก่ การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การก่อสร้างด่านพรมแดนท่าลี่ระยะที่ 2 และ 3  การผลักดันให้สนามบิน จ.เลย เป็นสนามบินศุลกากร  และการเดินรถโยสารระหว่าง จ.เลยกับแขวงหลวงพระบาง 

นายศิริพงษ์ วุฑฒินันท์  นายด่านศุลกากรท่าลี่ กล่าวว่า โครงการพัฒนาเพิ่มศักยภาพการค้าและการท่องเที่ยวที่ด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็งระยะที่ 1 ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไปเมื่อเดือนกันยายน 2556 ด้วยงบประมาณ 91.30 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวอาคารหลักสำหรับตรวจเอกสาร คน และยานพาหนะ บ้านพักเจ้าหน้าที่ แต่ยังขาดวัสดุอุปกรณ์และสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพราะงบประมาณการก่อสร้างระยะที่ 1 ไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องจัดหางบประมาณเพื่อให้สามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางเข้า-ออก และให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล

นายศิริพงษ์ วุฑฒินันท์ 

นายด่านศุลกากรท่าลี่ กล่าวอีกว่า  สำหรับสิ่งที่จะต้องดำเนินการก่อสร้างในระยะที่ 2 และ 3 ที่สำคัญ เช่นอาคารอำนวยการและควบคุมด่านพรมแดน อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด่านพรมแดน อาคารอเนกประสงค์  อาคารเอ็กซเรย์สัมภาระผู้เดินทาง  อาคารศูนย์บริการผู้เดินผ่านประเทศ  ห้องประชุมสัมมนาและแถลงข่าว  ลานจอดรถและอาคารบริการรถขนส่งสินค้า โดยจะแยกชัดเจนระหว่างการขนส่งสินค้ากับประชาชนผ่านแดนทั่วไป ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกขั้นตอนผ่านแดนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  ทั้งนี้ได้กำหนดวงเงินงบประมาณในระยะที่ 2 และ 3 ไว้ที่ 37,729,000 บาท  ขณะเดียวกันได้เตรียมการก่อสร้างสะพานมิตรภาพน้ำเหมืองไทย-ลาว คู่ขนานกับสะพานเดิม เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการข้ามแดนของรถขนส่งสินค้าและประชาชนทั่วไป ซึ่งปัจจุบันมีปัญหารถต้องเข้าคิวแถวยาว โดยเฉพาะช่วงนี้มีรถขนส่งสินค้า วัสดุก่อสร้างไปยังโครงการก่อสร้างเขื่อนไชยะบุรีเป็นจำนวนมาก  ขณะนี้กำลังประสานงานกับกรมทางหลวงเพื่อขออนุมัติประมาณก่อสร้าง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับการเปิดเส้นทางเดินรถโดยสารระหว่าง จ.เลยกับแขวงหลวงพระบางด้วย  โดยมีนายเกรียงไกร  แก้วปัญญา  นายสถานีเดินรถจังหวัดเลย บริษัทขนส่งจำกัด  เป็นผู้รายงานความคืบหน้า


นายเกรียงไกรกล่าวว่า  การเปิดเส้นทางเดินรถระหว่าง จ.เลย-ไชยะบุรี-หลวงพระบาง ขณะนี้ใกล้จะบรรลุข้อตกลงระหว่างบริษัทขนส่งจำกัด กับบริษัทนาหลวงจำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเดินรถเอกชนของ สปป.ลาวแล้ว คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเที่ยวแรกในปลายเดือนธันวาคม 2556 นี้  โดยจะใช้รถปรับอากาศชั้น 1 ของฝ่ายไทยและสปป.ลาว ขนาด 40 ที่นั่ง  มีห้องสุขา และมีพนักงานบริการอาหารว่างบนรถ  ค่าโดยสารกำหนดไว้ที่เที่ยวละ 700 บาท และราคา 500 บาทสำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปแขวงไชยะบุรี  ซึ่งรถฝ่ายไทยและลาวจะขับสวนทางกัน วันละ 1 เที่ยว  ออกจาก จ.เลยเวลา 08.00 น. และออกจากหลวงพระบางเวลา 07.00 น.  ผู้โดยสารที่จะใช้บริการต้องมีพาสปอตหรือวีซ่าเท่านั้น จากกระแสตอบรับขณะนี้มีประชาชนสอบถามเข้ามาจำนวนมาก  จึงคาดว่าจะมีผู้โดยสารเกินกว่าร้อยละ 60 ต่อเที่ยว  โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่จะหันมาใช้บริการเส้นทางนี้แทนเส้นทางเดิมจากเวียงจันทน์ผ่านวังเวียงไปหลวงพระบาง เนื่องจากเส้นทางนี้ใกล้กว่า จากด่านท่าลี่ถึงหลวงพระบางประมาณ 360 กิโลเมตร  ขณะเดียวกันสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาน้อยกว่า เส้นทางไม่คดเคี้ยวมากนัก  นายเกรียงไกรกล่าว

ด้านนายภานุ  แย้มศรี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลยกล่าวว่า  หลังจากการเปิดด่านพรมแดนท่าลี่ครั้งใหม่ จะเป็นโอกาสที่จังหวัดเลยจะได้รับผลดีด้านมูลค่าด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น  เพราะสามารถอำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งสองประเทศไปมาหาสู่กันได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น