Ads

Ads

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

บอร์ดกองสลากฯลงพื้นที่วังสะพุง ยืนยันพิมพ์ 60 ล้านฉบับตามเดิม พร้อมขึ้นบัญชีดำตัดสิทธิ์ 800 คนขายตัวปลอม


เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2559  ผศ.ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  พร้อมด้วย พ.ท.หนุน ศันสนาคม  กรรมการในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล  เดินทางมาที่ตลาดค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล อ.วังสะพุง จ.เลย  เพื่อสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มผู้ค้าสลากฯรายย่อย และผู้ค้าส่งสลากฯ (ยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว)  โดยมี พล.ต.ชัยวิน  ผูกพันธุ์  ผู้บัญชาการมลฑลทหารบกที่ 28  และ พ.ต.อ.สุจินต์  นาวาเรือน  ผู้กำกับ สภ.วังสะพุง  ให้การต้อนรับ  ซึ่งบรรยากาศภายในตลาดนัดสลากฯวังสะพุงไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร


ผศ.ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย  กล่าวภายหลังการเดินสำรวจความคิดเห็นผู้ค้าในตลาดว่า  เหตุที่ต้องเดินทางมาที่ อ.วังสะพุง จ.เลย  เพราะที่นี่ถือเป็นตลาดขายส่งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ  และมีผู้ค้าสลากฯรายย่อยมากที่สุด ประมาณ 18,000 ราย และมีจำนวนผู้จองซื้อผ่านทางธนคารกรุงไทย 7,500 คน หรือจำนวนประมาณ  37,000  เล่ม  จากจำนวนทั้งหมด 320,000  เล่ม  คิดเป็นร้อยละ 12  สิ่งที่ค้นพบหลังจากการสำรวจวันนี้ก็คือ  ราคาขายส่งปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด  ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการเปิดขายสลากฯเสรี และเพิ่มจำนวนสลากฯ มีราคาไม่ต่ำกว่า 80 บาท  แต่ปัจจุบันมีราคาเหลือเพียง 72-73 บาท  ดังนั้นผู้ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ผู้ค้ารายย่อย  เพราะได้รับส่วนต่างมากขึ้น  7-8 บาท   และการสั่งจองซื้อก็ทำได้สะดวกขึ้น และได้จำนวนมากขึ้น  ดังนั้นผู้ค้ารายย่อยจึงพึ่งพิงตลาดค้าส่งน้อยลง  ส่วนผู้ค้าส่งก็ไม่มีผลกระทบมากนัก มีความพึงพอใจ  เพราะได้ส่วนต่างเท่าเดิม  พร้อมขอให้คงจำนวนไว้ที่ 60 ล้านฉบับ  ไม่ควรเพิ่มหรือลดลงไปมากกว่านี้  เชื่อว่าผู้ค้าส่งจะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ดี


 ผศ.ดร. ธนวรรธน์  กล่าวอีกว่า  อย่างไรก็ตาม ผู้ค้ารายย่อยส่วนใหญ่ได้ขอให้เพิ่มช่องทางการจองซื้อสลากฯให้สะดวกขึ้น  เพราะได้งวดละ 5 เล่ม  ไม่พอขาย  ขอเป็นงวดละ 10 เล่ม  จึงจะมีความสุข  ซึ่งตนจะรับข้อเรียกร้องไปหาทางช่วยเหลือให้ได้รับสลากฯอย่างเพียงพอต่อไป  จึงถือว่า กรอบและนโยบายของกองสลากฯที่ดำเนินการมาถึงขณะนี้ถือว่า มาถูกทางแล้ว


 ด้าน พ.ท.หนุน  ศันสนาคม  กล่าวว่า  อุปสรรคสำหรับผู้ค้าตัวจริงเข้าถึงสลากฯในราคาต้นทุนได้ยากก็คือ  มีผู้สั่งจองซื้อที่ไม่ได้เอาไปขายเองอยู่เป็นจำนวนมาก  ขณะนี้เราได้ตรวจสอบพบว่ามีจำนวนประมาณ 800 ราย  ที่จะต้องตัดสิทธิ์ไม่ให้สั่งจองซื้อ  โดยจะประกาศรายชื่อขึ้นทางเว็บไซต์  และหากพิสูจน์ทราบได้ว่า บุคคลดังกล่าวได้รับโควตาเดิมอยู่แล้วก็จะตัดสิทธิ์ทั้งหมดเช่นเดียวกัน.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น