วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ศาลสั่งจำคุกสองพ่อลูกนายทหาร 3 ปี นำชายฉกรรจ์บุกทุบกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดปี 57


เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม  2559  ที่ศาลจังหวัดเลย ผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังก์ พิจารณาคดีคดีหมายเลขดำที่ อ.5440/2557  ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ กับพวกรวม 9 คน เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง พ.ท.ปรมินทร์ ป้อมนาค และพล.ท. ปรเมษฐ์  ป้อมนาค จำเลย ในความผิดอาญา ข้อหาทำร้ายร่างกาย กักขัง หน่วงเหนี่ยว ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 ที่ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 400 คน บุกเข้ามาทำร้ายร่างกาย ขณะตั้งเวรยามปิดทางเข้า-ออกเหมืองทองทุ่งคำ เพื่อเปิดทางขนแร่ออกจากเหมือง  โดยมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายราย

ทั้งนี้  ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดจำนวนกว่า 300 คน ได้เดินทางมารอฟังคำพิพากษา  ท่ามกลางการรักษาความปลอดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลยจำนวน 100 นาย  ซึ่งศาลได้อนุญาตให้กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดเข้าไปในห้องพิจารณาคดีได้จำนวน 100 คน ส่วนที่เหลือ รออยู่ด้านล่าง โดยเจ้าหน้าที่ได้เต็นท์และเก้าอี้มาไว้คอยอำนวยความสะดวกด้วย


จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.30 น. ผู้พิพากษาได้อ่านคำตัดสินเสร็จสิ้นลง  ชาวบ้านและกลุ่มทนายความได้เดินออกมาจากอาคารศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  หลังจากนั้น นางสาว ส.รัตนมณี  พลกล้า  ทนายความฝ่ายโจทก์ จากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน  ได้ชี้แจงผลการตัดสินคดีต่อชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด 

นางสาว ส.รัตนมณี  พลกล้า  ระบุว่า  ศาลได้พิจารณาคดีนี้ เห็นว่า จำเลยที่ 1 หรือพ.ท.ปรมินทร์ ป้อมนาค และจำเลยที่ 2  หรือพล.ท. ปรเมษฐ์  ป้อมนาค  มีความผิดตามที่โจทก์ยื่นฟ้องจริง  ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 2 ปี 12 เดือน  โดยไม่รอลงอาญา  แต่จำเลยที่ 2  ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงลดโทษเหลือกึ่งหนึ่ง และให้ชดใช้ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน  ค่ารักษาพยาบาลชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 9 ราย  รวมเงิน 165,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยให้คิดดอกเบี้ยเริ่มตั้งแต่วันที่ได้ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย และให้ชำระเงินภายใน 15 วัน 



อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้งสองได้เตรียมหลักทรัพย์ขอยื่นประกันตัว เพื่อต่อสู้ในชั้นศาลอุธรณ์ต่อไป ซึ่งศาลกำลังอยู่ในระหว่างกันพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวได้หรือไม่.

http://loeitime.blogspot.com/2013/09/20.html ลิ้งค์ข่าวเดิม

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ5 มิถุนายน 2559 13:27

    การทำข่าวควรนำเสนอตามความเป็นจริงไม่ใช่นั่งเทียนเขียนข่าวแบบนี้ให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย นำเสนอข่าวที่เป็นจริงมากกว่ามานั่งเติมแต่งเพื่อให้ข่าวน่าสนใจแบบนี้
    ประชาชนที่รับฟังข่าวสารจะได้ไม่เข้าใจผิด

    ตอบกลับลบ