วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563

จับหนุ่มมาเลเซีย-เมียไทย หลอกดูดเงินจากบัญชีจนท.ศาลเลย ยึดทรัพย์ 50 ล้าน



เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563  ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเลย  พล.ต.ท.เจริญวิทย์  ศรีวนิชย์   ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4  พล.ต.ต.วิบูลย์  วงศ์ก้อม  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พ.ต.อ.วรการ บุญประคอง พ.ต.อ.ยุทธวัฒน์ โชคชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย , พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองเลย  ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายหลอกลวงถอนเงินจากบัญชีประชาชน  พร้อมของกลางเป็นเงินสดและทรัพย์สินรวมกว่า 50 ล้านบาท



พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า  ด้วยมีผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย ว่าตนได้สั่งซื้อสินค้าผ่านFACEBOOK ชื่อบัญชี “Lalabell shop” ซึ่งประกาศขายเสื้อผ้าและสินค้าอยู่ในหน้าเฟซบุ๊ค หลังจากได้มีการสั่งซื้อสินค้าและโอนเงินแล้ว ก็ไม่ได้รับ สินค้าพร้อมติดต่อกับผู้ขายไม่ได้อีกเลย จึงเชื่อว่าต้องถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน ต่อมาผู้เสียหายได้ไปโพสต์เรื่องสั่งซื้อ สินค้าจากร้าน Lalabell shop ว่าถูกโกงไว้ในกลุ่มเฟสบุ๊คชื่อคนโกง บัญชีโกง ออนไลน์ก็ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อบัญชี “Mekphayap Parada” ซึ่งน่าจะแฝงตัวในกลุ่มดังกล่าว ส่งข้อความส่วนตัวมาหาผู้เสียหาย ทางแอปพลิเคชั่น messenger และสอบถามว่าได้เงินคืนหรือยัง พร้อมทั้งส่งลิ้งค์ไลน์แอด (การเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชั่นไลน์) ให้ผู้เสียหาย





เมื่อผู้เสียหายได้ เพิ่มเพื่อนทางไลน์ คนร้ายซึ่งใช้ไลน์แอบอ้างเป็นธนาคารกรุงไทย ได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีของผู้เสียหาย และได้ส่ง ลิ้งค์ของเว็บไซต์ “https://krungthaibankktbconnextcom.godaddysites.com/” ซึ่งเป็นลิ้งค์ปลอมธนาคารกรุงไทยให้ ผู้เสียหายกรอกรายละเอียด โดยอ้างว่าให้ติดต่อแจ้งความเสียหายผ่านช่องทางนี้ ผู้เสียหายจึงได้กรอกข้อมูลส่วนตัวหลาย อย่างไปให้คนร้าย เนื่องจากคิดว่าเป็นธนาคารกรุงไทยจริง (เป็นวิธีการของคนร้ายที่หลอกเอารหัส OTP =ONE TIME PASSWORD เพื่อเข้าควบคุมบัญชีของผู้เสียหาย)


หลังจากคนร้ายได้เข้าควบคุมบัญชีผู้เสียหายและโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายทั้งหมด ไปยังบัญชีอีกบัญชี หนึ่ง ซึ่งตัวคนร้ายเป็นผู้ถือและใช้บัญชีดังกล่าว ต่อมาจึงได้ทําการตรวจสอบเส้นทางการเงินและสืบสวนทราบว่ามีชาย รูปร่างผอม สวมแว่นตา ผิวขาว เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด เป็นผู้ใช้บัญชีดังกล่าวในการเบิกถอนเงิน ซึ่งจากการ สืบสวนต่อมาทราบว่าบุคคลดังกล่าวที่ได้ใช้บัญชีเบิกถอนเงินคือ MR.TUNG KAH SOON อายุ 29 ปี สัญชาติมาเลเซีย และมีภรรยาเป็นคนไทยชื่อ นางสาวโอคริสต์ ตุง อายุ 33 ปี โดยทั้งคู่พักอาศัยอยู่ที่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในเขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ

ต่อมาศาลจังหวัดเลยได้อนุมัติหมายจับบุคคลทั้งสอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายค้นต่อศาลอาญาเพื่อเข้าทําการ ตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา และได้ทําการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในเวลาต่อมาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันบิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการน่าจะเกิด ความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนพร้อมทั้งตรวจค้นบ้านพักปรากฏว่าพบสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม ซึ่งเป็นของบุคคล อื่นรวมอยู่ด้วยจํานวนมาก โทรศัพท์มือถือ เครื่องรับสัญญาณข้อความผ่านซิมการ์ดโทรศัพท์ และซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ จํานวนหลายรายการ 




นอกจากนี้ยังได้ตรวจยึดทรัพย์สินซึ่งเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการฉ้อโกงประชาชนอาทิเช่น เงิน สดกว่า 10 ล้านบาท รถยนต์หรู 2 คัน และอายัดเงินในบัญชีธนาคารกว่า 10 ล้านบาท บ้านพร้อมที่ดิน มูลค่ากว่า 8 ล้าน บาท รวมทั้งสิ้นประมาณ 40 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าได้มาจากการฉ้อโกงประชาชนหลายรายทั่วทั้งประเทศ

จากการสืบสวนพฤติกรรมและพยานหลักฐานที่ได้ทําการตรวจค้นเชื่อได้ว่ามีประชาชนอีกจํานวนมากที่ได้ถูกคนร้าย กลุ่มนี้หลอกลวงโดยใช้วิธีที่คล้ายกัน ซึ่งอาจแฝงมาให้ความความช่วยเหลือในฐานะพลเมืองดี และแสดงตัวเป็นธนาคาร พาณิชย์อื่นๆ อีก จึงฝากไปยังพี่น้องประชาชนระมัดระวังในการทําธุรกรรมต่างๆ ให้รอบคอบ รัดกุม หากพี่น้องประชาชนที่ ได้ถูกหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าว ทั้งที่ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วและยังไม่ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ ให้ติดต่อไปยัง พนักงานสอบสวนท้องที่รับผิดชอบเพื่อจะได้ทําการสอบสวนต่อไป ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4  กล่าว

ทั้งนี้  มีรายงานว่า  ผู้เสียหายรายดังกล่าวที่เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองเลย เป็นเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดเลย.

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น