วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หน้ากากขาวเมืองเลยชุมนุมรอบสอง ออกแถลงการณ์ไล่รัฐบาลร่างทรง


ชาวหน้ากากขาวเมืองเลยกว่า 200 คน ชุมนุมหน้าศาลากลาง ต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฉะโครงการข้าว-น้ำ โกงกินมหาศาล เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อสังคม จ.เลย ออกแถลงการณ์ขับไล่รัฐบาลร่างทรงนักโทษชายทักษิณ


เมื่อวันที่ 28 มิถุยายน 2556  เวลา 17.30 น. ที่ริมถนนมลิวรรณ หน้าศาลากลางจังหวัดเลย  กลุ่มวี เลย 

ฟอร์ไทย หรือกลุ่มคนหน้ากากขาวเมืองเลยจำนวนประมาณ 200 คน ชุมนุมขับไล่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในที่ชุมนุมมีการแจกแถลงการณ์จากเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อสังคม จ.เลย ที่ระบุเนื้อหาเรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อต้านรัฐบาลที่บริหารงานโดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร นักโทษหนีคดีบงการอยู่เบื้องหลัง  มีการทุจริตคอรัปชั่นมากมาย โดยเฉพาะโครงการบริหารจัดการน้ำ  วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ที่ไม่ฟังเสียงทักท้วงจากประชาชน ทำให้ศาลปกครองต้องสั่งให้ทำตามรัฐธรรมนูญ ให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อนดำเนินโครงการ ทั้งๆที่รัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้ง 

การชุมนุมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง  หลังจากนั้นผู้ชุมนุมได้ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี  ก่อนแยกย้ายกันกลับ และนัดชุมนุมกันอีกครั้งในเร็วๆนี้.







แถลงการณ์ประชาชน                                                                                                                                    รัฐบาลร่างทรงหมดความชอบธรรม
จากกรณีล่าสุด (27 มิ.ย.2556) ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้รัฐบาลชะลอโครงการบริหารจัดการน้ำ  วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท  ไว้ก่อนจนกว่าจะได้จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเสียก่อน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรัฐบาลนี้จะต้องดำเนินการ ทั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57  วรรค 2 และมาตรา 67  วรรค 2  ซึ่งรัฐธรรมนูญวางหลักว่า  การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ  การเมือง  สังคมฯ  การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดินและการออกกฎที่มีผลกระทบต่อส่วนได้เสียของประชาชน  รัฐต้องจัด -ให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินการ  และการดำเนินโครงการที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง  ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ  และสุขภาพจะกระทำมิได้  เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในชุมชน (EIA) และต้องให้องค์กรอิสระ, นักวิชาการ และประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและ EIA…”  นี่คือหลักการของกฎหมายสูงสุดของประเทศ ได้วางเป็นกฎเหล็กไว้อย่างเคร่งครัดชัดเจน  รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องอยู่ภายใต้กฎหมายสูงสุดและกฎเหล็กนี้  
แต่เป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่รัฐบาลที่อ้างว่ามาจากมือของประชาชนเลือกเข้ามา  กลับละเลยต่อสิทธิพื้นฐานที่สำคัญของชุมชน ประชาชน ที่สำคัญ  ละเลยต่อกฎหมายสูงสุดของประเทศ    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่มีพฤติกรรมลุแต่อำนาจบังอาจล่วงละเมิดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ   ความจริงนี่ไม่ใช่ครั้งครั้งแรกที่รัฐบาลนี้ล่วงละเมิดรัฐธรรมนูญ   การเสนอแก้รัฐธรรมนูญที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งเบรคเมื่อปี 2555, หรือแม้ยุครัฐบาลร่างทรง (สมัคร) โดยการนำของนายนพดล  รัฐมนตรียุคนั้น  มีมติยกเขาพระวิหารและที่ดินบริเวณใกล้เคียงให้เขมร เมื่อปี 2551  จนศาลปกครองกลางมีคำสั่งว่า มติไม่ชอบฯลฯ  พฤติการณ์อันน่าอัปยศเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าของรัฐบาลร่างทรง ที่ไม่เคารพกฎหมายสูงสุด  ไม่เคารพสิทธิของชุมชนและ -ประชาชน  มุ่งมองแต่ประโยชน์ส่วนตน และพวกพ้อง และพี่น้องตน 
ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนคนไทย และไทเลยควรต้องหูตาสว่าง  หลักนิติธรรม-นิติรัฐถูกทำลายหมดสิ้น  กลายเป็นยุคอันธพาลครองเมือง, เกิดเป็นรัฐตำรวจ (โดยไม่เห็นด้วยต้องถูกอุ้ม), ข้าวยากหมากแพง, ทุจริตคอรัปชั่นได้แม้แต่กับคนยากจน (ชาวนา โครงการจำนำข้าว) ฯลฯ  เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อสังคม จังหวัดเลย  จึงมีมติโดยปราศจากข้อสงสัยว่า  รัฐบาลร่างทรงของนางสาวยิ่งลักษณ์    ชินวัตร คือ ตัวทำลายชาติ   ศาสนา   พระมหากษัตริย์  เป็นภัยต่อประเทศไทยอย่างไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหน จะเลวร้ายเท่านี้อีกแล้ว   เครือข่ายนักกฎหมายฯ ขอสนับสนุนพี่น้องชาวหน้ากากขาวไทเลย และทุกกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลร่างทรงยุติพฤติการณ์ทำลายชาติ   พวกเราขอร่วมประกาศมติประชาชนคนไทเลยว่า รัฐบาลร่างทรงนางสาวยิ่งลักษณ์   ชินวัตร  หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศไทยต่อไป
เคารพและศรัทธา
เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อสังคมจังหวัดเลย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น