วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ผบ.จทบ.-ผู้ว่าฯ นำกำลังยึดที่ดิน ผกก.สภ.ชียงคาน รุกป่าใกล้โครงการพระราชดำริ



 

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม  2557  พล.ต.วรทัต  สุพัฒนานนท์  ผู้บังคับกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเลย พร้อมด้วย นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พล.ต.ต.ศักดา วงศ์ศิริยานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเลย และกำลังพลจาก เจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดเลย อส. เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ลย.13 จอมศรี กว่า 150 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่ การแผ้วถางตัดโค้นต้นไม้ ปรับพื้นที่ภูเขาใกล้ พลับเพลาที่ประทับ โครงการ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถ บ้านคกงิ้ว ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถแบ็คโฮจอดอยู่ และมีร่องรอยการไถปรับพื้นที่ป่าสูงชัน กว้างประมาณ  20  ไร่ จากการสอบสวนหญิงคนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ ทราบว่า ได้รับการว่าจ้างให้มาทำการไถปรับพื้นที่ โดยไม่ทราบว่าเป็ป่าสงวนและจากการตรวจระวางแผนที่ ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานของกรมป่าไม้ และสำนักงานที่ดินจังหวัด พบว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าว มีเอกสารสิทธิ์ เป็น นส.3 ก. เพียง 4ไร่  ต่อมาได้มีผู้ยื่นขอให้ทำการรังวัดเพิ่มเติมเป็น 21 ไร่   และได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ ว่ามีเครื่องจักรเข้ามาทำการปรับพื้นที่แปลงดังกล่าวแล้ว   จึงได้สนธิกำลังเข้าทำการตรวจ และสั่งให้ยุติทันที
พล..วรทัต  สุพัฒนานนท์  ผู้บังคับกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเลย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ในเบื้องต้น พบว่าบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จึงต้องตรวจสอบ นส.3 ก. ที่มีอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ และ กรมที่ดิน ว่าเป็นเอกสารที่ออกโดยถูกต้องหรือไม่  และต้องตรวจสอบกับสภาพพื้นที่จริงว่า มีสภาพสูงชัน  โดยกฎหมายไม่สามารถจะออกเอกสารสิทธิ์ได้  ซึ่งหากไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้จริง ก็จะต้องใช้มาตรการขอคืนพื้นที่  เพื่อคืนสภาพป่าให้เหมือนเดิม  ซึ่งจะต้องทำการสอบสวนเพื่อให้ได้ตัวผู้ครอบครองพื้นที่ดังกล่าว และให้แสดงหลักฐานการได้มาซึ่งพื้นที่ดังกล่าว  หากไม่มี หรือไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดต่อไป

ผู้บังคับกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเลย กล่าวว่า แม้พื้นที่ดังกล่าวจะได้มาโดยถูกต้อง แต่ในด้านความเหมาะสมแล้ว พื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดกับพื้นที่โครงการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ การปรับไถพื้นที่ด้านบนซึ่งติดกับโครงการ   จึงถือเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ซึ่งจะต้องหาข้อมูลว่า ผู้ครอบครองทราบข้อมูลหรือไม่ว่าพื้นที่ดังกล่าวติดกับโครงการ  เพราะอาจจะมีการขายต่อและครอบครองกันมาหลายทอด  ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าเจ้าของพื้นที่ เป็น พ.ต.อ.วรการ  บุญประคอง ผู้กำกับการตำรวจภูธรเชียงคาน ก็จะสอบสวนหาข้อมูลที่แน่ชัดเพื่อดำเนินการต่อไป  ขณะนี้ได้มอบให้หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ ลย 13 (จอมศรี) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่  เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี.
               
ด้าน พ.ต.อ.วรการ บุญประคอง ผกก.เชียงคาน เปิดเผยว่า ความจริงตนได้ซื้อที่ดินแปลงนี้มีทั้งหมด 32 ไร่ จากนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งในจังหวัดเลย  ราคา 4 ล้านบาท ที่ดินเป็น นส.3 พึ่งจ่ายเงินและโอนกันเมื่อเดือนพฤกษาคม ที่ผ่านมา ซื้อมายังไม่ถึง 2 เดือน ก่อนซื้อตนได้เช็คแล้วว่าเป็นที่ดินมีหลักฐานเป็น นส.3 ก.ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าของเดิมครอบครองมาหลายสิบปีแล้ว แต่มาระยะช่วง 4-5 ปี เจ้าของเดิมปล่อยให้รกร้างไม่ดูแล ทำให้ต้นไม้ ต้นหญ้าขึ้นเต็มแปลง เมื่อตนได้จ่ายเงินและโอนกรรมสิทธิ์จึงได้เอารถไถ่ปรับที่เพื่อที่จะปลูกต้นไม้ ทำสวน ถ้าหากหลายฝ่ายว่าไม่เหมาะสมก็ควรยกเลิก นส.3 ก.ทุกแปลงในบริเวณนี้ทั้งหมด.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น