วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ผบช.ภาค 4 เตรียมชงอัยการส่งฟ้องอดีตผู้การตร.เลยต่อศาลแล้ว




จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดเลย 193 นาย  ได้เข้าร่วมโครงการบริหารหนี้สินของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยจำกัด  ในสมัยพล.ต.ต.สุทิพย์  ผลิตกุศลธัช  เป็นเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ในฐานะประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยในขณะนั้น  โดยให้ตำรวจกู้เงินสหกรณ์ฯ มาลงทุน และรับปากว่าจะเป็นคนนำเงินที่ได้ดอกผลจากการลงทุนมาผ่อนชำระหนี้ให้  จนต้องสูญเงินกว่า 229 ล้านบาท ต่อมา พล.ต.ท.สุรชัย  ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4  ได้แต่งตั้งให้ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิดชไพบูลย์  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4  เป็นหัวหน้าพนักงานคณะกรรมการการสอบสวนข้อเท็จ และได้เรียกพล.ต.ต.สุทิพย์  ผลิตกุศลธัช  มาสอบสวน และได้มารับทราบข้อกล่าวหาการกู้ยืมเป็นการฉ้อโกงประชาชน  ซึ่งพล.ต.ต.สุทิพย์  รับปากว่าจะนำเงินมาผ่อนจ่ายให้งวดละ 30  ล้านบาท  แต่กลับเงียบหายไป ไม่ทำตามที่รับปากขณะที่การดำเนินคดีก็ล่าช้า  จนกระทั่งตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อนประกาศจะฟ้องดำเนินคดีเอง และจะเดินทางยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอความเป็นธรรมนั้น


ล่าสุดวันที่ 6 สิงหาคม 61 เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมเลยพาเลซ อ.เมือง จ.เลย  พล.ต.ท.สุรชัย  ควรเดชะคุปต์  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4  พล.ต.ต.ธนาศักดิ์  ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4  หัวหน้าพนักงานคณะกรรมการการสอบสวนข้อเท็จจริง  พล.ต.ต.สุดพิเศษ เอกศิริ  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ในฐานะประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยจำกัด  ได้เปิดประชุมและตรวจเยี่ยมแจ้งความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโครงการบริหารหนี้สิน โดยมีตำรวจ 193 คน ร่วมเข้าประชุมกันอย่างพร้อมเพียง

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4  กล่าวว่า วันนี้ได้มาประชุมและชี้แจงความคืบหน้าคดีนี้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 193 นายที่เป็นผู้เสียหาย  ขณะนี้พนักงานสอบสวนรับเป็นคดีอาญาไปแล้ว โดยเริ่มการสอบสวนวันที่ 15 มิ.ย.โดยตามกฎหมายให้เวลาการสอบสวนภายใน 2 เดือน ซึ่งขณะนี้ในเรื่องของคดีทางตำรวจภูธร ภาค 4 รับทำคดีเอง รวมทั้งจะรวบรวมหลักฐาน เส้นสายการเงิน โดยมีพนักงานสอบสวนชุดใหญ่ ช่วยกันทำ ซึ่งจะมีพนักงานอัยการ ผู้พิพากษา ให้คำแนะนำในเรื่องอรรถคดี ในการดำเนินคดี โดยจะมีการส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องได้ภายในครบกำหนดระยะเวลา 2 เดือนนี้แน่นอน  ขณะนี้ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด หากไม่สามารถชี้แจงถึงที่มีของเงินหรือทรัพย์สินได้ ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน โดยมีข้อหาฉ้อโกง และฟอกเงิน  โดยได้จับกุมดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้วบางส่วนที่ จ.หนองบัวลำภู ฐานฉ้อโกง และฟอกเงิน

พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าตำรวจภูธรภาค 4  จะไม่มีการช่วยเหลือผู้ต้องหา แม้ว่าจะเป็นถึงนายพล  การทำคดีนี้ไม่ลำบากใจแต่อย่างใด กรรมใครกรรมมัน ใครทำอะไรก็รับผิดชอบไป  การดำเนินคดีตรงไปตรงมาและพร้อมจะดำเนินคดีถึงที่สุด และไม่รู้จักกันเป็นส่วนตัว ต้องหาเงินคืนมาให้ได้  ซึ่งมีผู้เดือดร้อนทั้งจังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดขอนแก่น ทั้ง 3 จังหวัด มีผู้ต้องหากลุ่มเดียวกันหมด รวบรวมมาเป็นคดีเดียวกัน 

ด้านตำรวจผู้ได้รับความเดือดร้อน ได้ขอร้องให้สอบสวน และดำเนินคดีเจ้าหน้าที่และกรรมการสหกรณ์ฯด้วย เรื่องเช็คในการสั่งจ่าย เชื่อว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการนี้ พร้อมกับยืนข้อเสนอขอให้สหกรณ์ฯเพิ่มวงเงินกู้  เพื่อจะนำไปปิดสถาบันการเงินอื่น  และขอให้ทางสหกรณ์หยุดหักเงินที่กู้ในโครงการบริหารหนี้ จนกว่าจะมีการดำเนินคดีเสร็จสิ้น  ซึ่งผู้บริหารสหกรณ์รับปากจะหาทางช่วยเหลือ เปิดประชุมใหญ่ขอแก้ไขระเบียบการเพิ่มวงเงินกู้ให้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า  การเดินทางมาพบกับตำรวจ จ.เลย ของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ครั้งนี้  มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า  เพื่อเกลี้ยกล่อมไม่ให้กลุ่มตัวแทนตำรวจเหยื่อของโครงการบริหารหนี้เดินทางเข้าไปยื่นหนังสือเร่งรัดคดีต่อ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี.

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น