วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ชาวบ้าน 8 จังหวัดเปิดเวทีที่ปากชม ถกวิกฤตแม่น้ำโขงแห้งขอด กลายเป็นทุ่งเลี้ยงวัว (ชมคลิป)



เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2562  ที่ศาลาประชาคมอำเภอปากชม  จ.เลย   มีการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาแผนเชิงรุกด้านการประมงระดับชุมชน ภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง  โดยมีเครือข่ายนักวิจัยชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง 8 จังหวัด  ประกอบด้วยจังหวัดเลย  หนองคาย  บึงกาฬ  นครพนม  มุกดาหาร  อำนาจเจริญ  และจังหวัดอุบลราชธานี  พร้อมด้วยนักวิชาการ ประมงจังหวัดเลย และนักพัฒนาองค์กรเอกชนเข้าร่วมกว่า 150 คน  ภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ บนฐานความมั่นคงทรัพยากรทางอาหารและทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน้ำโขง
 

ในการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอผลกระทบที่เกิดจากเขื่อนในประเทศจีนและ สปป.ลาว ที่ส่งผลให้แม่น้ำโขงที่ไหลผ่านประเทศไทย ตั้งแต่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยไปจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี  โดยมีการรวบรวมสถิติการขึ้นลงของระดับน้ำที่ไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ  ส่งผลให้ชนิดและจำนวนพันธุ์ปลาลดลง รวมทั้งระบบนิเวศสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามลุ่มแม่น้ำโขงด้วย



นายมนตรี  จันทวงศ์   ผู้ดำเนินโครงการฯ เปิดเผยว่า สถานการณ์แม่น้ำโขงเทียบปีที่แล้วกับปีนี้ ถือว่ามีความผันผวนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ในปีที่แล้ว แม่น้ำโขงช่วงนี้กำลังท่วมอย่างหนัก พอมาปีนี้ น้ำโขงกลับแห้งมาก  ประกอบกับเขื่อนในประเทศจีนปล่อยน้ำลงมาน้อย และกำลังจะมีการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่เขื่อนไชยะบุรี ในสปป.ลาว วันที่ 29 ต.ค.นี้  ก็ยิ่งทำให้ปริมาณน้ำไหลมาน้อยลงไปอีก  ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดในช่วงนี้คือ  การผลิตน้ำประปาทุกแห่งที่อาศัยแม่น้ำโขงเป็นน้ำดิบ  ส่วนปลาขณะนี้กำลังหลงฤดู มีหลายชนิดที่ควรจะขึ้นมาวางไข่ในช่วงเดือนมกราคม  แต่กลับมาขึ้นในช่วงนี้แล้ว  ทำให้ชาวประมงจับปลาชนิดดังกล่าวได้มาก  แต่ในระยะยาว ปลาเหล่านี้จะลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีอาหารเพียงพอสำหรับตัวอ่อน 

จากผลกระทบดังกล่าวทางองค์กรภาคเอกชนและเครือข่ายประชาชนลุ่มแม่น้ำโขงได้สะท้อนปัญหาผลกระทบไปยังหน่วยงานราชการและองค์กรที่ดูแลแม่น้ำโขงระหว่างประเทศ  รวมทั้ง กฟผ.ผู้รับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี  พร้อมทั้งฟ้องศาลปกครองด้วย อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งการประชุมในวันนี้เป็นเวทีหารือร่วมกันว่าจะมีการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างไรบ้าง โดยมีสถิติข้อมูลบันทึกไว้เป็นหลักฐานอย่างชัดเจน นายมนตรีกล่าว



ด้านนายพิทักษ์  สารีพิมพ์  อายุ 65 ปี  ชาวประมงพื้นบ้าน อ.ปากชม  จ.เลย  กล่าวว่า  ตนหากินกับแม่น้ำโขงมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 การหาปลาในอดีตทำได้ง่าย และมีจำนวนมาก  แต่ความเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏขึ้นในเดือนกันยายน 2547  แม่น้ำโขงเริ่มขุ่นข้น ไหลมาเป็นตะกอนดินโคลน ผิดธรรมชาติ ทำให้ปลาต้องหนีตายเข้าไปในแม่น้ำสาขา ส่วนที่หนีไม่ทันก็ตายเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นก็เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ปกติเรื่อยมา  หาปลายากขึ้น พันธุ์ปลาที่เคยเห็นก็หายไป  ในอดีตนั้นชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำโขง แทบจะไม่ได้ใช้เงินซื้ออาหาร  แค่ลงไปหาปลาในแม่น้ำโขงก็พอกิน เก็บผักเก็บผลไม้ที่ปลูกไว้ริมแม่น้ำขึ้นมาเลี้ยงดูครอบครัว  มีเงินเก็บไว้ใช้จ่ายได้อย่างสบายๆ แต่ทุกวันนี้ ต้องซื้อกินทุกอย่าง  นายพิทักษ์กล่าว

ส่วนสถานการณ์แม่น้ำโขงเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2562  ระดับน้ำโขงได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง วัดได้ที่ศูนย์สำรวจอุทุกวิทยาที่ 8 เชียงคาน อยู่ที่ 4.06 เมตร ลดลงเฉลี่ยวันละ 30-40 เซนติเมตร  ทำให้แม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่านเขตรอยต่ออำเภอเชียงคานถึงอำเภอปากชม ได้แห้งขอด เหลือแต่โขดหิน ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนแล้ง  กลายเป็นทุ่งโล่ง ชาวบ้านพากันนำวัวลงมาเลี้ยงในแม่น้ำโขง ซึ่งปกติแล้ว ชาวบ้านจะนำวัวลงมาเลี้ยงช่วงเดือนเมษายน.






x

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น