วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ชาวบ้านหาดเบี้ยทำพิธีกรรมบูชาหินแม่น้ำโขง รำลึกบุญคุณให้มีอยู่มีกิน (ชมคลิป)



เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562  ที่หาดทรายฝั่งแม่น้ำโขง บ้านหาดเบี้ย  ต.ปากชม  อ.ปากชม  จ.เลย  ชาวบ้านร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเลยได้ร่วมกันประกอบพิธีกรรมสักการะบูชาหินและแม่น้ำโขง  เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชุมชนก่อนจะเริ่มเก็บหินและร่อนทองคำขายเป็นอาชีพเสริมในช่วงฤดูแล้งนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น  อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงอัตลักษณ์หมู่บ้านที่เก็บหินแม่น้ำโขงขายเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
  

สำหรับพิธีกรรม ประกอบด้วย การรำบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำโขงของสุภาพสตรีในชุมชน  การทำพิธีบายศรีสู่ขวัญแม่น้ำโขงโดยหมอพราหมณ์ประจำหมู่บ้าน  และการผูกผ้าหลากสีให้แก่หิน เพื่อแสดงความเคารพสักการะบูชาแม่น้ำโขง

นางรัชนี จันทร์ปุย  ผู้ใหญ่บ้านหาดเบี้ย  กล่าวว่า  หมู่บ้านหาดเบี้ย เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง  หาอยู่หากินกับแม่น้ำโขงมาช้านาน  และอีกฝั่งของหมู่บ้านขนาบด้วยภูเขาสูงชัน ทำให้ชาวบ้านมีพื้นที่ทำการเกษตรไม่เพียงพอ ทางราชการได้อนุโลมให้ชาวบ้านเก็บหินในแม่น้ำโขงขึ้นมาขายได้  ซึ่งกลายเป็นอาชีพเสริมเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการขายหินเลี้ยงดู จุนเจือครอบครัว ได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมีอาชีพเสริมยามหน้าแล้งคือการร่อนทองคำในแม่น้ำโขง



 
อย่างไรก็ตาม  ปัจจุบัน ธรรมชาติในแม่น้ำโขงได้เปลี่ยนแปลงไป  ดังนั้น ชาวบ้านจึงได้เห็นพ้องกันว่า ควรจัดพิธีกรรมที่เป็นการสักการะบูชา บุญคุณของแม่น้ำโขง จึงเกิดกิจกรรมวันนี้ขึ้น  นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวชุมชนตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีหินและแม่น้ำโขง  และเพื่อการสร้างพิธีกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านหาดเบี้ยสำหรับการนำมาใช้ในการสร้างจิตสำนึกร่วมกัน รวมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนด้วย

รศ.ดร.ไทยโรจน์  พวงมณี  อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย  กล่าวว่า  บ้านหาดเบี้ยเป็นหมู่บ้านการท่องเที่ยวที่ถูกยกระดับจากอำเภอปากชมและจังหวัดเลย และมีการเข้ามาดำเนินการพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี  โดยมีจุดเด่นหลักของหมู่บ้านคือการอยู่ติดกับแม่น้ำโขงและชาวบ้านส่วนหนึ่งการทำการประมง  มีการร่อนทอง และมีการเก็บหินเบี้ยขึ้นมาขายให้กับผู้ที่เดินทางผ่านไปมาระหว่างอำเภอปากชมไปจังหวัดเลย หรือจากจังหวัดเลยไปสู่จังหวัดหนองคาย





บ้านหาดเบี้ยมีการจัดตั้งกลุ่มอาชีพขึ้นมา เช่นกลุ่มทอผ้า  กลุ่มการแปรรูปหินและกลุ่มการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวรวมถึงทรัพยากรการท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่อย่างสวนศิลป์ริมโขง ที่ผ่านมามีกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง  เช่น การขี่จักรยานจากสวนศิลป์ริมโขงไปยังอำเภอปากชม หรือการจัดการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ต่างๆที่เข้ามาศึกษาดูงาน

รศ.ดร.ไทยโรจน์กล่าวอีกว่า  มหาวิทยาลัยราชภัฏเลยจึงได้เข้ามาดำเนินโครงกพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการท่องเที่ยวชุมชนบ้านหาดเบี้ย  โดยมีคณะทำงานประกอบด้วย รศ.ดร.นัยนา อรรจนาทร , ผศ.คชสีห์ เจริญสุข และ อ.วิระ อิสโร  โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว  ทั้งด้านความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการท่องเที่ยว  ด้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยว  ด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเพื่อการจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาแวะสัมผัสประสบการณ์เชิงธรรมชาติ  วิถีชีวิตและวัฒนธรรม  ซึ่งประเด็นการแลกเปลี่ยนหนึ่งที่ก่อให้เกิดการคิดต่อเพื่อกำหนดและสร้างอัตลักษณ์ให้กับชุมชนการท่องเที่ยวคือการอนุรักษ์หินที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ และชาวบ้านเก็บมาขายอย่างต่อเนื่อง




 
ซึ่งปัจจุบันแม่น้ำโขงก็เปลี่ยนไปมาก  ชุมชนไม่สามารถที่จะกำหนดการขึ้นลงของน้ำได้เฉกเช่นแต่ก่อน  ทำให้ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิตทั้งอาชีพประมงและการร่อนทอง ดังนั้นการคิดประกอบพิธีกรรมการสักการะบูชาหินและแม่น้ำโขงจึงเป็นความสำคัญ และสำนึกร่วมกัน  เป็นสิริมงคลของชีวิตของชุมชนบ้านหาดเบี้ย ซึ่งเชื่อว่าหินและแม่น้ำโขงมีชีวิต โดยแม่น้ำโขงเปรียบประดุจดั่งพญานาคที่สร้างความอุดมสมบูรณ์และการมีชีวิตให้แก่สรรพสัตว์ได้อาศัยอยู่อาศัยกินมาอย่างยาวนาน โดยชุมชนเลือกพื้นที่กลางแม่น้ำโขงในการประกอบพิธีกรรมโดยหมอพราหมณ์ในชุมชน 

ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของคนชุมชนและการสร้างวัฒนธรรมเฉพาะที่อาจส่งผลต่อการอนุรักษ์และการมีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันสมบูรณ์ที่สามารถนำมาสู่การท่องเที่ยวในพื้นที่ของบ้านหาดเบี้ยได้  รศ.ดร.ไทยโรจน์กล่าว.







ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น