วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2563

ผู้ว่าฯเลยปล่อยแถวจนท. ลุยตรวจตรวจเคอร์ฟิววันแรก บรรยากาศเงียบสงบดี (ชมคลิป)



เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563  เวลา 21.00 น. ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองเลย  นายชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม  ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย  พล.ต.ต.วิบูลย์  วงศ์ก้อม  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย  พ.อ.สมหมาย  บุษบา  รองผู้อำนวยการ รมน.เลย และรองผู้บัญชาการ มทบ.28  ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ทหาร  อส. ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ออกไปปฏิบัติหน้าที่ ตามที่รัฐบาลประกาศใช้เคอร์ฟิววันแรก



นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ ทั่วราชอาณาจักรอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ การระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ไปแล้วนั้น และในการนี้มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหลายประการที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน ได้มอบหมายให้บูรณาการ กำลังข้าราชการฝ่ายต่างๆ ออกปฏิบัติหน้าที่ จำกัดการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้ขยายออกไปเป็นวงกว้าง  จึงต้องมีการร่วมบูรณาการกำลังในการปล่อยแถว จึงได้กำหนดให้มีการปล่อยแถวข้าราชการฝ่ายต่างๆ ออกตรวจตรา กวดขัน บังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามประกาศ ให้ดำเนินการตามนโยบายการควบคุมโรคติดต่อของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด





การปล่อยแถวครั้งนี้ ได้ให้เจ้าพนักงานออกประชาสัมพันธ์ ประกาศ คำสั่ง และบังคับใช้กฎหมายตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร อาทิ การห้ามมิให้บุคคลใด ออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00 น.ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยการห้ามชุมนุม  การห้ามเสนอข่าวอันไม่เป็นความจริง  การห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือ ยานพาหนะ ตลอดจนการห้ามเข้าในเขตพื้นที่ตามที่กฎหมายกำหนด

ภายหลังการปล่อยแถวเจ้าหน้าที่  ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ออกตรวจตราขอความร่วมมือกับร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า ร้านอาหารในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเลย ให้ปิดตามคำสั่งของรัฐบาลและประกาศของจังหวัด เพื่อไม่ให้ประชาชนมารวมตัวใกล้ชิดกัน  สำหรับบรรยากาศในพื้นที่ตัวเมืองเลยและรอบนอก หลังเวลา 22.00 น. เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีรถวิ่งเหมือนช่วงปกติ ถือว่าประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี  โดยมีเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจหลายจุด หากพบผู้ใดฝ่าฝืน ออกนอกเคหะสถานตามที่รัฐบาลประกาศ โดยอยู่นอกเหนือจากกลุ่มอาชีพที่กำหนดยกเว้นไว้ จะต้องถูกดำเนินคดี มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท.




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น