วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

พ.อ.สมหมายนำกำลังลุยตัดต้นยางรุกป่ากว่า4หมื่นต้น เตรียมฟื้นฟูกลับสู่ธรรมชาติ



เมื่อวันที่ 26  พฤษภาคม  2563  พ.อ.สมหมาย  บุษบา  รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 28 ค่ายศรีสองรัก และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใจ จ.เลย (กอ.รมน.เลย) พร้อมด้วยกำลังพล บูรณาการสนธิกำลังร่วมกับศูนย์ป่าไม้จังหวัดเลย , สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลย  หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ด่านซ้าย  ตำรวจ สภ.โคกงาม อ.ด่านซ้าย  และกำลังพลจากกองร้อยทหารพรานที่ 2213 โดยการอำนวยการของ พ.อ.พิทักษ์พล  ชูศรี  ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 22  ลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจตัดฟันพืชผลอาสิน  ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ  พื้นที่ 610 ไร่เศษ จำนวนต้นยางพารา 42,700 ต้น  อายุประมาณ 10 ปี ท้องที่หมู่ 4 ต.โคกงาม  อ.ด่านซ้าย  จ.เลย  ซึ่งผ่านกระบวนการตรวจยึดตามกฎหมายแล้ว



พ.อ.สมหมาย  บุษบา  กล่าวว่า  การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ ได้ดำเนินการตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 หลังจากการตรวจยึดสวนยางพาราที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ  โดยคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันของประชาชนผู้อยู่อาศัยในเขตป่า โดยมุ่งหวังให้เกิดความผาสุกของชีวิตในการดำรงชีพ และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี บนพื้นฐานของความยั่งยืนในที่ทำกินและอาชีพ  โดยรัฐ จะได้มีเป้าหมายพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น  และพื้นที่สีเขียวในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยต้องใช้พื้นที่ป่าน้อยที่สุดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ผ่านการออกแบบที่กลมกลืนกับธรรมชาติ  เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนได้ในอนาคตต่อไป



ทั้งนี้  มาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ระบุว่า เมื่อได้กำหนดป่าใดเป็นป่าสงวนแห่งและรัฐมนตรีได้แต่งตั้งพนักเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาตินั้นแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อำนาจ ดังต่อไปนี้

(1) สั่งให้ผู้หนึ่งผู้ใดออกจากป่าสงวนแห่งชาติ หรือให้งดเว้นการกระทำใดๆ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในกรณีที่มีข้อเท็จจริงปรากฏหรือเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(2) สั่งเป็นหนังสือให้ผู้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้รื้อถอน แก้ไขหรือทำประการอื่นใดแก่สิ่งที่เป็นอันตราย หรือสิ่งที่ทำให้เสื่อมสภาพในเขาป่าสงวนแห่งชาติภายในเวลาที่กำหนดให้
(3) ยึด ทำลาย รื้อถอน แก้ไขหรือทำประการอื่นเมื่อผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตาม(2) ไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิดหรือรู้ตัวผู้กระทำผิดแต่หาตัวไม่พบ
(4) ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เห็นสมควร ทั้งนี้ เพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียแก่ป่าสงวนแห่งชาติ ในกรณีที่มีเห็นฉุกเฉิน



ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น